บอย โกสิยพงษ์
โปรดิวเซอร์ นักร้อง และนักแต่ง
เพลงเมื่อสองปีที่แล้ว ผมพาภรรยาและลูกย้ายไปอยู่ที่ลอสแองเจลลิสชั่วคราว
ผมบอกกับทุกคนว่าเราไปเพื่อทำเพลงสำหรับอัลบั้มชุดใหม่แต่ไม่มีใคร
รู้หรอกว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการเดินทางไปแอลเอครั้งนั้นเป็นการไป
ค้นหาคำตอบให้กับตัวเองว่า ผมควรจะทำอย่างไรดีกับชีวิตนักแต่งเพลง
เมื่อผมเริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการเพลงทุกเพลงของผมล้วนเขียนออกจากความรู้สึก
ส่วนลึกในหัวใจผมเชื่อว่านั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผลงานเพลงชุดแรกของผม
ที่ออกในปี 2537 ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ในช่วงปีต่อ ๆ มาผมเริ่มคิดถึง แต่ความสำเร็จของงานมากกว่า วิญญาณของเพลง
ผมแต่งเพลงเพื่อเอาใจตลาดเพียงหวังจะได้แฟนเพลงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นผมจึงพยายามเขียนเพลงจากสมองไม่ได้แต่งเพลงจากหัวใจเหมือน
ตอนเริ่มต้นเข้าสู่วงการผลที่ตามมาคือความกังวลใจและความเครียดและ
ในที่สุดแรงบันดาลใจที่เคยมีก็ค่อย ๆ เหือดหายไปไม่มีความรู้สึกอยาก
เขียนเพลงอีกต่อไป
ตอนย้ายไปอยู่แอลเอใหม่ ๆ ผมไม่มีแรงบันดาลใจในการเขียวเพลงแม้แต่น้อย ผมฆ่าเวลาด้วยการออกไปเที่ยวนอกบ้าน นั่งตามร้านอาหารและช้อปปิ้งไปวัน ๆ
ผมใช้จ่ายเงินไปมากและเริ่มรู้สึกทุกข์ใจเพราะยังไม่สามารถทำอะไรเป็น
ชิ้นเป็นอันออกมา ความรู้สึกภาคภมิใจว่าตนเองเป็นนักแต่งเพลงที่เก่งกาจ บัดนี้กำลังเหี่ยวแห้งไป
จนกระทั่งคืนหนึ่งเวลาประมาณตีสาม ผมกลุ้มใจมากจนนอนไม่หลับ และเหลือบไปเห็นพระคัมภีร์ใบเบิลที่เพื่อนฝรั่งคนหนึ่งให้ไว้จึงหยิบ
ขึ้นมาอ่าน ก่อนเปิดพระคัมภีร์
ผมอธิษฐานขอว่า... ถ้าการเป็นนักแต่งเพลงมีความหมายพิเศษสำหรับชีวิตผม ขอพระเจ้าโปรดทำให้ผมเชื่อในพระองค์ด้วย. หลังจากอธิษฐานเสร็จ ผมก็ลองสุ่มเปิดพระคัมภีร์และพบข้อความหนึ่งเด่นชัดขึ้นมา ข้อความนั้นแปลเป็นไทยว่า จงเชื่อวางใจในพระเจ้า
ถึงแม้จะเป็นข้อความสั้น ๆแต่ขณะนั้นผมรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งหลั่งไหล
เข้ามาในตัวผม เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นในหัวใจ รู้สึกโล่งและปลอดภัย สบายทั้งกานและใจ
ผมรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังพูดกับผมผมไม่เคยลืมประสบการณ์นั้นเลย เป็นความรู้สึกพิเศษที่ถ้อยคำเป็นล้านก็ไม่สามารถอธิบายได้ วันนั้นพระเจ้าทรงสัมผัสผม
ผมเริ่มสร้างสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ ผมติดสนิท กับพระองค์มากขึ้นทุกวัน และอธิษฐานขอสติปัญญาจากพระองค์ในทุก ๆ กรณี ผมขอบคุณพระองค์ที่ทรงตอบคำอธิษฐานของผมเสมอเวลานี้ผมได้กลับ
มาทำสิ่งที่ผมรักที่สุดอีกครั้ง นั่นคือการแต่งเพลงจากหัวใจ
ผมไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไปว่าเพลงของผมหรือแม้แต่ตัวผมเอง
จะได้รับความนิยมหรือไม่ เพราะผมเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ
ตัวหนึ่งของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงใช้เพื่อบอกข่าวประเสริฐเรื่องความรัก และความรอดของพระเยซูคริสต์ให้กับทุก ๆ คน หากคุณยังไม่เคยเปิดใจต้อนรับ
พระเจ้าผมภาวนาและหวังว่าวันหนึ่งคุณจะเปิดใจรับพระองค์
Next
|